วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศ กิตติกรรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศ เพื่อทดลองประสิทธิภาพของสมุนไพรในการดับกลิ่นเหม็นอับต่างๆ โดยได้รับคำปรึกษาจาก อาจารย์จิตสถา เตชะทวีกุล และอาจารย์อาทิตย์ จันทร์ดี ที่ได้ให้คำปรึกษาในการทำโครงงานและการทำรูปเล่มโครงงาน คณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณทุกท่านดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นและที่ไม่ได้กล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง คณะผู้จัดทำ บทคัดย่อ ปัจจุบันสภาวะแวดล้อมมีกลิ่นเป็นมลพิษต่อระบบหายใจหากเราซื้อน้ำยาดับกลิ่นตามท้องตลาดมาใช้นั้นจะมีราคาแพงซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตจากสารเคมีทำให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น คณะผู้จัดทำจึงศึกษาสมุนไพรที่หาง่ายในท้องถิ่นและเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ใบเตย ผิวมะกูด ใบตะไคร้ มาทดลองสกัดคลอโรฟิลล์เพื่อเปรียบเทียบปริมารที่เหมาะสมและชนิดของสมุนไพรที่สามารถกำจัดกลิ่นในสถานที่ต่าง ๆเช่น ห้องน้ำ สถานที่ ที่มีกลิ่นอับ จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมสามารถกำจัดกลิ่นได้ดีคือ อัตราส่วนระหว่างสมุนไพร 20 กรัม ต่อ แอลกอฮอล์ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร และสมุนไพรที่กำจัดกลิ่นได้ดีที่สุดคือสารสกัดจากผิวมะกูด บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ “เศรษฐกิจพอเพียง”เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีเพื่อชี้แนะแนวทางดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ทรงเน้นย้ำแนวทางการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ความพอมี พอใช้ การรู้จักพอประมาณการคำนึงถึงความมีเหตุผล ส่งเสริมความประหยัดในครัวเรือนจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การซื้อน้ำยาดับกลิ่นห้องน้ำตามท้องตลาดมาใช้นั้นจะมีราคาแพงซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตจากสารเคมีทำให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม คณะผู้จัดทำจึงศึกษาสมุนไพรที่หาง่ายในท้องถิ่นและเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเช่น ใบเตย ผิวมะกูด ใบตะไคร้ มาทดลองสกัดคลอโรฟิลล์เพื่อเปรียบเทียบปริมาณที่เหมาะสมและชนิดของสมุนไพรที่สามารถกำจัดกลิ่นในสถานที่ต่าง ๆเช่น ห้องน้ำ สถานที่ ที่มีกลิ่นอับ จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมสามารถกำจัดกลิ่นได้ดีคือ อัตราส่วนระหว่างสมุนไพร 20 กรัม ต่อ แอลกอฮอล์ 200 มิลลิลิตร และสมุนไพรที่กำจัดกลิ่นได้ดีที่สุดคือสารสกัดจากผิวมะกูด จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการกำจัดกลิ่นของสารสกัด ใบเตย ผิวมะกูด และใบตะไคร้หอม ในอัตราส่วนที่แตกต่าง 2. เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความสามารถในการกำจัดกลิ่นของสารสกัดจากใบเตย ผิวมะกูดและใบตะไคร้ 3. เพื่อเพิ่มคุณค่าของสมุนไพรในท้องถิ่น ตัวแปร ตัวแปรต้น สารสกัดจากสมุนไพร ตัวแปรตาม ความสามารถในการกำจัดกลิ่น ตัวแปรควบคุม ปริมาณของสมุนไพร และแอลกอฮอล์ ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อศึกษาการทำสเปรย์ปรับอากาศสมุนไพร 2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสมุนไพรในการดับกลิ่นอับ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. การเพิ่มคุณค่าให้กับสมุนไพรในท้องถิ่น 2. การลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม 3. การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้ทำโครงงานได้ศึกษาความรู้ในเรื่องต่างๆดังนี้ เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.ต้นตะไคร้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus Rendle วงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) ชื่อท้องถิ่น ตะไคร้แดง จะไคมะขูด ตะไคร้มะขูด ลักษณะพืช พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้า ลำต้นตั้งตรง สูง 2 เมตร ออกเป็นกอ ใบเกลี้ยง รูปยาวแคบ กว้าง 5-20 มม. ยาวได้ถึง 1 เมตร มีกลิ่นหอม ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบ มีแผ่นรูปไข่ปลายตัดยื่นออกมา ยาวประมาณ 2 มม. มีขนกาบหุ้มติดทน กาบล่างสุดเกยซ้อนกัน เมื่อแห้งจะม้วนขึ้น ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ยาวได้ถึง 80 ซม. มีใบประดับ ลักษณะคล้ายกาบ ยาวประมาณ 25 มม. รองรับอยู่ ช่อดอกแยกเป็นหลายแขนง แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ ผลแห้งไม่แตก ตะไคร้หอมมีลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับตะไคร้กอ ต่างกันที่กลิ่น ต้นและใบยาวกว่าตะไคร้กอมาก แผ่นใบกว้างยาวและนิ่มกว่าเล็กน้อย 2.ต้นใบเตย ชื่อวิทยาศาสตร์ pandans tectorins ลักษณะ เป็นไม้กิ่งพุ่ม ก้านใบเดียว มีรางน้ำ มีสีนวล 3.ต้นมะกูด ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Citrus Hystrix วงศ์ : RUTACEAE ชื่อที่เรียก : ในไทยทั่วไปเรียก มะกูด ภาคใต้เรียก ส้มมั่วผี ทางภาคอีสานเรียก มะหูด ทางภาคกลางเรียก ส้มมะกรูด ลักษณะ : ต้นมะกรูด เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ใบเขียวหนา มีคอดกิ่วที่กลางใบ เป็นตอนๆ ดอกสีขาว เกสรมีสีเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลคล้ายผล ส้มซ่า ผิวหนาเป็นร่องขรุขระทั้งลูก มีขั้วจุกสูง ตามต้นและกิ่งมีหนาม ยาวเล็กน้อย น้ำในลูกมีรสเปรี้ยว การเจริญเติบโต : ปลูกได้ไม่ต้องเลือกดิน มีปลูกกันตามบ้านเรือกส 4.การปลูก ใช้หน่อหรือเหง้าชอบขึ้นในดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง ชอบแดดมาก ส่วนที่ใช้เป็นยา ใบและกาบใบ สรรพคุณ ต้นแก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหง เป็น ยาไทย แผลในปาก) สตรีมีครรภ์รับประทาน ทำให้แท้ง บีบรัดมดลูก ขับลมในลำใส้ แก้แน่น ตะไคร้หอมได้ถูกนำมาใช้ไล่แมลง อย่างแพร่หลายนานมาแล้ว โดยละลายน้ำมันตะไคร้หอม 7 ส่วน ผสมในแอลกอฮอล์ (70%) 93 ส่วน ฉีดพ่นหรือตำใบสดหมักในแอลกอฮอล์ใน อัตราส่วน 1:1 ทาตรงขอบประตู ที่ปิดเปิดเสมอ หรือชุบสำลีแขวนเอาไว้หน้าประตูเข้าออก หรือใช้ใบตะไคร้หอม มัดแล้วทุบให้ช้ำวางใว้ตามมุมห้องหรือใต้เตียง 5.สรรพคุณ รากแก้ปัสสวะแดง ใบแก้ท้องเสีย วนไร่นา 6 .พันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด การตอนกิ่งก็ได้ ประโยชน์ : ใบนำมาปรุงกับอาหารดับกลิ่นคาว น้ำในผลใช้ในการย้อมผ้า ทำน้ำ ยาสระผมได้ สรรพคุณ : ราก กระทุ้งพิษ ถอดพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด แก้พิษฝีภายใน แก้ เสมหะเป็นโทษ ลูกมะกรูดนำมามักดองทำเป็นยาดองเปรี้ยวเค็ม รับประทานเป็นยา ฟอกล้างและบำรุงโลหิต ลูกมะกรูดนี้ถ้าเอามาเผาไฟ ก่อนเผาคว้าน เอาไส้ในออก แล้วเอามหาหิงคุ์ใส่ในกลางผล สุมไฟให้เกรียมจนกรอบ บดเป็นผงละเอียด ละลายกับน้ำผึ้งป้ายลิ้นเด็กที่คลอดใหม่ขับผายลม ดีนัก แก้ปวดท้อง ผิวของลูกมะกรูด ปรุงเป็นยาลม ขับลมในลำไส้ ขับระดู บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ์ และวิธีการทดลอง อุปกรณ์และสารเคมี อุปกรณ์ 1. หม้อ 2. กรวย 3. ขวดสเปรย์ 4. ภาชนะตวง วัสดุและสารเคมี 1. ตะไคร้ 30 กรัม 2. ใบมะกรูด 30 กรัม 3. ใบเตย 30 กรัม 4. . แอลกอฮอร์ 600 มิลลิลิตร (เจือจาง 70%) วิธีการทดลอง 1. นำใบเตย ตะไคร้ ใบมะกรูดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ(เพื่อให้สมุนไพรสามารถออกกลิ่นได้เร็วกว่าการที่ต้มโดยไม่หั่น) ใบเตย ตะไคร้ ใบมะกรูด 2.ต้มแอลกอฮอร์แล้วนำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิด ต้มใบเตยกับแอลกอฮอร์ ต้มตะไคร้กับแอลกอฮอร์ ต้มใบมะกรูดกับแอลกอฮอร์ 3. ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วกรองกากสมุนไพรออก จากนั้นสามารถบรรจุลงขวดสเปรย์ได้ทันที บทที่ 4 ผลการทดลอง จากการทดลองเรื่อง สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศทำให้คณะผู้จัดทำได้สำรวจประสิทธิภาพของสเปรย์สมุนไพรปรับอากาศ จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพจะเห็นได้ดังนี้ ชนิดของสมุนไพร ผลการทดลอง ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 1.ใบเตย มีกลิ่นเล็กน้อย มีกลิ่นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น 2.ใบมะกรูด ไม่มีกลิ่น มีกลิ่นเล็กน้อย มีกลิ่นเล็กน้อย 3.ตะไคร้ มีกลิ่นเล็กน้อย มีกลิ่นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น จากการทดลองสรุปได้ว่า สเปรย์ปรับอากาศกลิ่นตะไคร้สามารถดับกลิ่นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดสเปรย์ เพราะขณะสกัดสารคลอโรฟิลล์จากตมะกรูด มะกรูดใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่าสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด แล้วยังมีกลิ่นที่มีประสิทธิภาพในการดับกลิ่นกว่าสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง สรุปได้ว่าสารสกัดสมุนไพรจากผิวมะกรูดในปริมาณ 20 กรัม ต่อ 200 ลูกบาศก์เวนติเมตร กำจัดกลิ่นห้องน้ำได้ดีที่สุด อภิปรายผลจากการวิเคราะห์ จากการทดพบว่าสารสกัดสมุนไพรจากผิวมะกรูดในปริมาณ 20 กรัม ต่อ 200 ลุกบาศก์เซนติเมตรกำจัดกลิ่นห้องน้ำได้และสามารถนำไปใช้ในสถานที่ที่มีกลิ่นอับทำให้อากาศสดชื่นกำจัดกลิ่นเหม็นได้ เพราะความเข้มข้นของสารมากจะกำจัดกลิ่นได้มา ข้อเสนอแนะ - การทดลองในครั้งนี้เป็นการทดลองเปรียบเทียบ ควรมีการทดลองเปรียบเทียบในอัตราส่วนอื่นๆ และควรศึกษาสมุนไพรชนิดอื่นๆ ด้วย - ในการสกัดคลอโรฟิลล์ควรระมัดระวังการใช้แอลกอฮอล์เพราะเป็นสารติดไฟได้ง่าย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รูปประจำตัว

Unordered List

Sample Text

ปฏิทิน

เพื่อนสนิท

น.ส.ศรัญธร ทองเรียงน.ส.ศศิธร ประเสริฐแก้ว
น.ส.ลำดวน รูปแกะน.ส.มาลัยพรสมจันทร์
น.ส.ปนัดดา เบ้าคำกอง น.ส.จันจิรา อินนา

Popular Posts

Recent Posts

Text Widget